
โคมล้านนาหรือโกมยี่เป็ง
โกม หมายถึง ตะเกียง หรือสิ่งประดิษฐ์สำหรับจุดไฟให้แสงสว่าง ซึ่งชาวล้านนาโบราณจะมีโคมใช้ไม่แพร่หลาย คงจะมีแต่ในราชสำนัก ในวัด และในบ้านของผู้มีอันจะกินเท่านั้น เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสิ่งหายาก
ก่อนที่จะมาเป็นโกมยี่เป็งในทุกวันนี้ พ่อสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร ศิลปินช่างทำโคมและตุงเล่าว่า “เมื่อก่อนชาวนาไปก๋างต้ง ลมพัดไฟมันก็ดับ เลยเอาก๋วยตาห่างเข้าควบ” แสงไฟก็ไม่ดับ ไม่ว่าลมจะพัดแรงแค่ไหน ต่อมาจึงเอากระดาษหุ้มก๋วยต๋าห่าง (ตะกร้าสาน) จึงกลายมาเป็นโกม เมื่อทางวัดมีงานประเพณี ชาวบ้านก็มักจะนำโคมถวายเพื่อบูชาพระรัตนตรัย เมื่อทำกันทุกปีก็เริ่มแข่งกันประดิษฐ์ในรูปแบบแตกต่างกันไป แล้วแต่วาระโอกาส เช่นงานประเพณียี่เป็ง งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน พ่อสิงห์แก้วยังเล่าต่ออีกว่า “คนโบราณ นิยมเอาโกมไว้บนชายคาบ้าน เพื่อบูชาเทวาอารักษ์ จะได้ปกปักรักษาหอเรือน บ้านช่อง ให้อยู่ดีมีสุข พ้นจากเภทภัย
ชาวล้านนาประดิษฐ์โกมเพื่ออะไรบ้าง เพราะเชื่อว่าการทำโกมจุดประทีป เพื่อเป็นพุทธบูชา หากเกิดมาชาติหน้า จะได้เกิดในตระกูลเศรษฐี มีรูปโฉมโนมพรรณวรรณอันสวยงามบรบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นเรื่องราวของความเชื่อ เพื่อความสวยงาม เพื่อให้แสงสว่างและเป็นศิริมงคลแก่เจ้าของบ้าน
![]() | ![]() |



